หนึ่งปี
แห่งความอาดูร

ใจไทยสลาย ณ ศิริราช

12 ต.ค. 2559

สิ้นประกาศสำนักพระราชวังเรื่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 38 ลงวันที่ 12 ต.ค. 2559 พสกนิกรชาวไทยจากทั่วทุกสารทิศพร้อมใจกันไปรอฟังข่าวพระอาการประชวรของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่โรงพยาบาลศิริราช

ประชาชนพร้อมใจสวมใส่เสื้อสีเหลืองและสีชมพู รวมตัวกันที่ลานพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศ อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก หน้าศาลาศิริราช 100 ปี สวดมนต์บทโพชฌังคปริตรตั้งแต่เย็น จรดค่ำและล่วงเข้าสู่เช้าวันใหม่ (13 ต.ค. 2559) ภาวนาให้ในหลวง รัชกาลที่ 9 หายจากพระอาการประชวร

13 ต.ค. 2559

14.20 น. สำนักพระราชวังประกาศงดลงนามถวายพระพร ณ ศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวัง พร้อมขอให้ประชาชนนับร้อยคนเคลื่อนย้ายออกจากศาลาฯ

บรรยากาศอึมครึมปกคลุมไปทั่ว หลายคนหายใจไม่ทั่วท้อง นั่งไม่ติดเก้าอี้ ต้องรุดเดินทางไปโรงพยาบาลศิริราช เสียงสวดมนต์จึงดังกว่าทุกวันที่ผ่านมา

18.47 น. สำนักพระราชวังออกประกาศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร
สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต โดยระบุถึงช่วงเวลาสุดท้ายที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้เสด็จเข้ารับการรักษาพระอาการประชวร ณ โรงพยาบาลศิริราช ในวันศุกร์ที่ 3 ต.ค. 2559

“แม้คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ แต่พระอาการประชวรหาคลายไม่ ได้ทรุดหนักลงตามลำดับ ถึงวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559 เวลา 15 นาฬิกา 52 นาที เสด็จสวรรคต ณ โรงพยาบาลศิริราช ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษาปีที่ 89 ทรงครองราชสมบัติได้ 70 ปี ”

ทุกสายตาของประชาชนที่ไปรวมตัวกันที่อาคารศิริราช 100 ปี จับจ้องไปยังชั้น16 ความเงียบวังเวงเกาะกินจิตใจฝูงชนชั่วอึดใจ ก่อนเปลี่ยนเป็นเสียงร่ำไห้ระงม สลับเสียงร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงสดุดีมหาราชา

ความวิปโยคครั้งยิ่งใหญ่

19.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยความตอนหนึ่งว่าการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร ถือเป็นความวิปโยคยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศนับแต่การเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 8 เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2489

พี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งหลาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราชรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคตแล้ว ขอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลใหม่ ทรงพระเจริญ”

แม้ล่วงเข้ายามค่ำคืน แต่ถนนทุกสายยังมุ่งสู่โรงพยาบาลศิริราช ประชาชนจำนวนมากหลั่งไหลไปร่วมแสดงความจงรักภักดีและถวายความอาลัย แม้นโรงพยาบาลไม่อนุญาตให้เข้าไปภายในพื้นที่แล้ว แต่หลายคนยังรออยู่ตรงหน้าประตู เพราะต้องการ “ได้อยู่ใกล้ ๆ ‘พ่อ’ เป็นครั้งสุดท้าย”

20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รองประธาน สนช. อีก 2 คน และนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ร่วมด้วย

ทรงขอเวลาทำพระทัย

21.40 น. นายกรัฐมนตรีแถลงอีกครั้งผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยแสดงความเสียใจร่วมกับประชาชนทั้งประเทศ และยังได้แจ้งถึงกรณีได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ว่า ได้ทรงรับสั่งไว้ว่าท่านทรงรับพระราชทานเป็นองค์รัชทายาทอยู่แล้วในปัจจุบันแต่ท่านทรงขอเวลาทำพระทัย และแสดงความเสียใจร่วมกับประชาชนทั้งประเทศไปก่อนในระยะเวลานี้ และท่านขอเวลาสำหรับกระบวนการของกฎหมายในการอัญเชิญขึ้นสืบราชสมบัตินั้นให้รอเวลาที่เหมาะสม ขณะนี้จะดำเนินพระราชกรณียกิจในฐานะสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ไปก่อน

ค่ำวันเดียวกัน ครม. มีมติประกาศให้วันที่ 14 ต.ค. 2559 เป็นวันหยุดราชการ เพื่อให้ประชาชนได้น้อมเกล้าฯ ถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมขอความร่วมมืองดจัดงานมหรสพและกิจกรรมรื่นเริง 1 เดือน

ทั่วโลกร่วมอาลัย

ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ร่วมยืนสงบนิ่งเพื่อถวายความเคารพแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9

นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 คือศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทยและทรงอุทิศพระองค์ต่อประเทศชาติมายาวนาน พร้อมทั้งแสดงความหวังว่าประเทศไทยจะยังคงยึดถือพระราชปณิธานของกษัตริย์ภูมิพลที่ยึดมั่นต่อค่านิยมอันเป็นสากล และเคารพในสิทธิมนุษยชนต่อไป

นอกจากนี้ผู้นำประเทศต่าง ๆ ได้ร่วมแสดงความเสียใจกับข่าวการเสด็จสวรรคตและยกย่องพระราชกรณียกิจตลอดช่วง 70 ปี แห่งการครองราชย์ของพระองค์

สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และสมเด็จพระราชินีเจตซุนเพมา วังชุก แห่งภูฏาน เสด็จพระราชดำเนินไปกราบพระบรมศพทันทีที่ทรงทราบข่าวการสวรรคต

เคลื่อนพระบรมศพ
14 ต.ค. 2559

เช้าวันใหม่ที่ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม

08.30-12.00 น. ประชาชนจำนวนมากเข้าถวายน้ำสรงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ตามประกาศสำนักพระราชวัง

แทบทุกตารางนิ้วของสองฟากฝั่งถนนตั้งแต่โรงพยาบาลศิริราชต่อเนื่องถึงพระบรมมหาราชวังมีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศเข้าจับจองที่นั่งหวังเฝ้าถวายสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9

15.56 น. ขบวนพิธีเคลื่อนพระบรมศพ เคลื่อนออกจากโรงพยาบาลศิริราชผ่านถนนอรุณอมรินทร์ ข้ามสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เลี้ยวขวาเข้าแยกผ่านพิภพลีลาเข้าสู่ถนนราชดำเนินใน ผ่านถนนหน้าพระลาน เลี้ยวซ้ายเข้าถนนมหาราชเข้าสู่ประตูวิเศษไชยศรี โดยขบวนพิธีได้เคลื่อนถึงพระบรมมหาราชวังในเวลา 16.55 น.

16.56 น. สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินตามขบวนพระบรมศพ ทรงโบกพระหัตถ์ให้แก่พสกนิกรที่มาเฝ้ารับเสด็จฯ ยังความปลาบปลื้มใจแก่ชาวไทยเสียง "ทรงพระเจริญ" กึกก้องไปทั่วบริเวณ

การสืบสันตติวงศ์
และตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

14 ต.ค. 2559

22.40 น. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีชี้แจงขั้นตอนการสืบราชสันตติวงศ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยระบุว่าเป็นที่ทราบกันมาตั้งแต่วันที่ 28 ธ.ค. 2515 ว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารทรงสถิตอยู่ในตำแหน่งที่ทางการเรียกว่า “พระรัชทายาท” รัฐธรรมนูญไทยระบุว่าเมื่อราชบัลลังก์ว่างลงกรณีมีการตั้งพระรัชทายาทไว้แล้วขั้นตอนการสถาปนาพระรัชทายาทขึ้นครองราชย์ คือให้คณะรัฐมนตรีแจ้งประธานรัฐสภา ประธานรัฐสภาเรียกประชุมรัฐสภา และมีมติรับทราบ

จากนั้นเป็นหน้าที่ประธานรัฐสภาต้องขอประทานอัญเชิญสมเด็จพระรัชทายาทขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ เมื่อทรงรับ ประธานรัฐสภาจึงออกประกาศให้ประชาชนทราบว่าบัดนี้มี "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" แต่ยังไม่เป็น "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" จนกว่าจะมีพระราชพิธีสถาปนาทั้งหมด ไม่มีเงื่อนเวลา แต่ถ้าทำเร็วได้จะดี

แต่นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า มีโอกาสเข้าเฝ้าสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร โดยมีพระราชปรารภว่า ขณะนี้ทรงทราบว่าประชาชนชาวไทยอยู่ระหว่างการทุกข์โศก พระองค์เองก็ทรงสลดพระราชหฤทัยเช่นกัน และทรงมีความรู้สึกผูกพันร่วมกับประชาชน ฉะนั้นกิจบ้านการเมืองอย่างอื่นไม่จำเป็นเร่งด่วน รอได้ก็ขอให้รอ วันนี้ทำเรื่องพระบรมศพให้ลุล่วงไประดับหนึ่งก่อน จึงเป็นเหตุที่รัฐบาลยังไม่แจ้งไปยังประธาน สนช. การประกาศการมี “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” จึงยังไม่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้ทุกอย่างว่างเว้นลงรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่ากรณียังไม่มีการสถาปนาพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ให้ประธานองคมนตรี เป็น “ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน”

(คลิกอ่าน) หนึ่งปีหลังสิ้นรัชกาลที่ 9 กับเรื่องเปลี่ยนผ่านสำคัญ

15 ต.ค. 2559

11.30 น. นายวิษณุให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอีกครั้งว่า พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ จะเป็น “ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน”

23.30 น. พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยถึงความห่วงใยของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมารในช่วงเวลาที่บ้านเมืองอยู่ในยามทุกข์โศกทรงไม่ต้องการให้ประชาชนกังวลเรื่องสืบราชสันตติวงศ์เพราะมีรัฐธรรมนูญ กฎมณเฑียรบาลอยู่ อย่าให้ความรู้สึกว่ามีความเปลี่ยนแปลงใด ๆ ภายใต้ร่มพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเกิดขึ้นกะทันหันเกินไป

สำนักพระราชวังออกประกาศให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตั้งแต่วันที่ 28 ต.ค. 2559 เป็นต้นไป (ก่อนมีประกาศฉบับใหม่เลื่อนเป็นวันที่ 29 ต.ค.2559) นอกจากนี้ยังจัดสมุดหลวงลงนามถวายความอาลัยไว้ที่ศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวังด้วย

กว่า 11 ล้านคนเข้ากราบพระบรมศพ

22 ต.ค. 2559

ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศราว 3 แสนคน หลั่งไหลไปยังท้องสนามหลวงและบริเวณโดยรอบเพื่อร่วมขับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี โดยมี ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล และทีมงานบันทึกภาพประวัติศาสตร์เพื่อนำไปจัดทำเป็นภาพยนตร์และวิดีทัศน์สำหรับฉายตามโรงภาพยนตร์และออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ หลายคนร้องไห้ขณะร้องเพลง

29 ต.ค. 2559

สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าเฝ้าถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าหน้าพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นวันแรก ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน

ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลมาถวายสักการะมุ่งหน้ามายังพระบรมหาราชวังด้วยวิธีการแตกต่างกัน ทั้งเดิน วิ่ง และปั่นจักรยาน เพื่อแสดงความอาลัยถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทั้งนี้ ตลอด 1 ปีที่ผ่านมามีประชาชนเข้าเฝ้าถวายสักการะพระบรมศพแล้วกว่า 11 ล้านคน

ยูเอ็นสดุดี

29 ต.ค. 2559

ที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติเปิดประชุมนัดพิเศษเพื่อถวายสดุดีและเทิดพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ณ สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

ผู้แทนในแต่ละภูมิภาคของโลกต่างสดุดียกย่องพระองค์ว่าทรงเป็นกษัตริย์นักพัฒนา นักสร้างสรรค์ นักสร้างนวัตกรรม และจะทรงอยู่ในความทรงจำของคนทั่วโลกตลอดไป

นางซาแมนธา พาเวอร์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ เป็นผู้หนึ่งที่ได้ร่วมกล่าวสดุดีและเทิดพระเกียรติโดยพูดถึงพระราชกรณียกิจและโครงการในพระราชดำริเพื่อช่วยเหลือประชาชน

นางพาเวอร์กล่าวว่า เป็นการกระทำที่ไม่ใช่เพราะต้องการคำสรรเสริญเยินยอไม่ใช่เพราะต้องการสิ่งตอบแทน แต่เป็นสิ่งที่คน ๆ หนึ่งจะทำเพื่อครอบครัวและพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงถือว่าพสกนิกรชาวไทยทุกคนคือครอบครัวของพระองค์

ชาวไทยช่างโชคดีที่มีพระองค์อยู่ในครอบครัวและช่างเป็นความโชคดีของพวกเราที่ได้มีโอกาสเรียนรู้และดำเนินตามแนวทางที่พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่พระองค์นี้ทรงเลือกที่จะดำเนินชีวิตของพระองค์"

นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต ชาวไทยในต่างแดนทั่วทุกมุมโลกต่างไปลงนามถวายอาลัยรวมตัวกันทำกิจกรรมเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความจงรักภักดีแด่พระองค์

ที่สุดงานศิลป์
ส่งเสด็จราชาแห่งแผ่นดิน

การเตรียมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย. 2559 จนถึงปัจจุบัน

3 พ.ย. 2559 – เริ่มปรับปรุงพื้นที่บริเวณท้องสนามหลวงเพื่อเตรียมการรองรับการก่อสร้างพระเมรุมาศ

14 พ.ย. 2559 – พิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอมที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ก่อนแปรรูปส่งสำนักช่างสิบหมู่เพื่อไปจัดสร้างพระบรมโกศ

19 ธ.ค. 2559 – พิธีบวงสรวงเพื่อบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถพระยานมาศ และเครื่องประกอบในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ

26 ธ.ค. 2559 - พิธีปักหมุดก่อสร้างพระเมรุมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ

27 ก.พ. 2560 – พิธีบวงสรวงการก่อสร้างและยกเสาเอกพระเมรุมาศ

24 มี.ค. 2560 – พิธีบวงสรวงสร้างราชรถปืนใหญ่ที่จะใช้สำหรับเคลื่อนพระโกศพระบรมศพฯ

15 พ.ค. 2560 – พิธีเปิดการฝึกพลฉุกชักราชรถที่จะเคลื่อนริ้วขบวนพระราชอิสริยยศประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ

7 ก.ย. 2560 - กองทัพภาคที่ 1 จัดการฝึกซ้อมฉุดชักพระมหาพิชัยราชรถจำนวน 3 ริ้วโดยจำลองพื้นที่คล้ายจริง และห้วงเวลาเสมือนจริง

“พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย”