BBCThai.com BBC Thai Archive
 
ปรับปรุงล่าสุด: 11 มีนาคม 2006 เผยแพร่เมื่อ 21:07 GMT
 
อีเมล์ต่อให้เพื่อน สั่งพิมพ์ข้อความ
รายงานข่าวใต้ของบีบีซีไทย ภาค 2
 
ภาค 2 - พ.ศ. 2548 – ต้นปี พ.ศ. 2549


ในโอกาส ครบรอบ หนึ่งปีเหตุปล้นปืนที่จังหวัดนราธิวาส 4 มกราคม ปีถัดมาบีบีซีไทย นำเสนอสารคดีชุด “หนึ่งปีไฟใต้” สุธาริน คูณผล คุยกับชาวบ้านที่ อำเภอเจาะไอร้อง จุดเกิดเหตุปล้นปืน ว่าหนึ่งปีผ่านไปชีวิตพวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง

ด้านนักวิชาการที่ติดตามสถานการณ์ภาคใต้ ประเมินเหตุความไม่สงบ ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา
อย่างไร ถนอมจิต พานิชรัตน์ รวบรวมความเห็น

ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 ประชาชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ออกมาใช้สิทธิใช้เสียงอย่างคึกคัก แม้จะมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย ผลการเลือกตั้งออกมาว่า สส. กลุ่มวาดะห์ของพรรคไทยรักไทย เสียเก้าอี้ในสามจังหวัดภาคใต้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าพรรคไทยรักไทยจะได้ สส. เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งทั่วประเทศ แต่ในสามจังหวัดภาคใต้ พรรคถูกประชาชนปฏิเสธโดยสิ้นเชิง


หลายฝ่ายมองว่า แนวทางแก้ปัญหาของรัฐบาล มีจุดอ่อน อยู่ที่การเข้าถึงประชาชน ความเข้าใจวัฒนธรรม วิถีชีวิต ความแตกต่างในพื้นที่ ในรอบปีที่ผ่านมา รัฐก็มีความพยายามที่จะสร้างความเข้าใจในหมู่ประชาชนหลายช่องทาง แนวทางหนึ่งคือ โครงการฝึกอบรม ที่เรียกว่า “มวลชนเสริมสร้างสันติสุข” ซึ่งมีเป้าหมายคือกลุ่มคนที่รัฐมองว่า เป็นแนวร่วมกับกลุ่มก่อความไม่สงบ

สุธาริน คูณผล ไปติดตามว่า “มวลชน” เหล่านี้เป็นใคร และคิดอย่างไรกับการจัดการปัญหาของรัฐบาล

ในขณะเดียวกัน งานข่าวถูกมองว่าเป็นจุดอ่อน ของการทำงานด้านความมั่นคงในสามจังหวัด
ภาคใต้ ที่ผ่านมา มีมาตรการออกมาหลายชุด ทั้งเพิ่มสายข่าว เพิ่มค่าหัวบุคคลที่ทางการต้องการ รวมถึงการรวบรวมจักรยานยนต์รับจ้าง ให้คอยสอดส่องแจ้งเบาะแส อิสสริยา พรายทองแย้ม
ไปจับเข่าคุยกับสิงห์มอเตอร์ไซค์หลายวินในอำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาสที่ร่วมโครงการ

ความพ่ายแพ้ของไทยรักไทยในพื้นที่สามจังหวัดภาคใต้ ตอกย้ำว่าปัญหาใต้เป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องแก้ให้ตก พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เดินทางลงพื้นที่ทันที หลังการเลือกตั้งได้ไม่นาน

แต่ในการลงใต้คราวนั้น นายกรัฐมนตรีก็ได้มีแนวความคิดที่จะแบ่งพื้นที่ในสามจังหวัดภาคใต้ออกเป็นโซนสีแดง เหลือง และเขียว เพื่อระบุถึงระดับความร่วมมือกับทางการ จากน้อยที่สุด
ไปถึงมากที่สุด โดยหมู่บ้านที่อยู่ในโซนสีแดง จะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือในการพัฒนาจากรัฐบาล นโยบายนี้เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ผู้ไม่เห็นด้วยวิจารณ์ว่าเป็นการลงโทษผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่หันหลังให้กับมาตรการของรัฐ และพรรครัฐบาล

แนวคิดนี้ส่อเค้าจะสร้างความแตกร้าวระหว่างกลุ่มต่างๆ ในพื้นที่ ระหว่างคนในสามจังหวัดกับคนทั่วประเทศ และ ระหว่างราชการกับประชาชนมากขึ้น ในที่สุดรัฐบาลยอมรับข้อเรียกร้องจากทั้งในและนอกประเทศให้ใช้แนวทางสันติภาพคู่ไปกับมาตรการทางทหารในการแก้ปัญหาภาคใต้ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ .2548 คณะรัฐมนตรีมีมติตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์ (กอส.) แห่งชาติ โดยมีอดีตนายกรัฐมนตรี นายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน


ความกังวลของนานาชาติต่อสถานการณ์ภาคใต้ ยังมีอย่างต่อเนื่อง นายเอกเมลเลดดิน อิซานโอกลู เลขาธิการองค์การการประชุมอิสลาม หรือ Orgnization for Islamic Conference (OIC) ออกแถลงการณ์ แสดงความไม่พอใจมาตรการของรัฐบาลไทยต่อชาวมุสลิมในสามจังหวัดภาคใต้
อีกครั้งหนึ่ง

รัฐบาลไทยส่งคณะตัวแทน นำโดย นายนิสสัย เวชชาชีวะ ที่ปรึกษารัฐมนตรีต่างประเทศ ได้เข้าพบกับเลขาธิการองค์การการประชุมอิสลาม ที่สำนักงานใหญ่ของโอไอซี ในนครเจดดาห์ ของซาอุดีอาระเบีย เพื่อชี้แจงสถานการณ์ภาคใต้

นอกจากโอไอซีแล้ว องค์กรมุสลิม นักการเมือง ตลอดจนปัญญาชนในประเทศเพื่อนบ้านของไทย ทั้ง มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ต่างออกมาเคลื่อนไหวแสดงความเป็นห่วงสถานการณ์ความรุนแรงในภาคใต้

ปลายเดือนมีนาคม รัฐบาลไทยตัดสินใจเชิญผู้นำของ นะดะตุลห์ อุลมา องค์กรมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซียมาเมืองไทย โดยให้เหตุผลว่าเพื่อชี้แจง ทำความเข้าใจสถานการณ์ปัญหาที่แท้จริง เพราะรัฐบาลไทยยังยืนยันว่าองค์กรมุสลิมมีความเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นคลาดเคลื่อน อย่างไรก็ตาม บรรดาสื่อมวลชน และผู้สนใจปัญหาใต้มองท่าทีของรัฐบาลว่าเป็นการส่งสัญญาณว่าจะติดต่อบุคคลภายนอกเข้ามาช่วยคลี่คลายปัญหา

ส่วนในประเทศเอง รัฐบาลก็จัดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และ วุฒิสภา เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาใต้ร่วมกันเป็นครั้งแรก แต่สถานการณ์ความรุนแรงรายวันยังไม่คลี่คลาย บุคคลที่ถูกลอบทำร้ายและสังหารทั้งชาวพุทธและมุสลิม

เหตุไม่สงบที่มัสยิดกรือเซะและอีกหลายจุด ผ่านพ้นมาครบหนึ่งปี ในวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2548 ความพยายามเยียวยาเหตุการณ์สมานความรู้สึกของคนในพื้นที่ได้แค่ไหน กิตติพงษ์ สุ่นประเสริฐ รายงานจากพื้นที่

ต้นเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2548 คณะผู้แทนจากองค์การการประชุมอิสลาม เดินทางมาประเทศไทย ตามคำเชิญของรัฐบาลไทยเพื่อจะได้ไปดูสถานการณ์ในภาคใต้ด้วยตนเอง เพื่อเสนอต่อที่ประชุมระดับรัฐมนตรีของโอไอซีปลายเดือนนี้ นวลน้อย ธรรมเสถียร สัมภาษณ์พิเศษ นายไซอิด กาซิม อัลมัสรี อดีตนักการทูตอียิปต์ หัวหน้าคณะผู้แทนโอไอซี

หลังจากลงพื้นที่ ผู้แทนของโอไอซีมีท่าทีพอใจกับสิทธิของชาวมุสลิมในประเทศไทย และเห็นว่าความรุนแรงในภาคใต้ไม่ใช่ความขัดแย้งทางศาสนา


ความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวเนื่องกับสถานการณ์ใต้ที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งในช่วงนี้คือ ศาลอุทธรณ์ตัดสินให้ผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย หรือที่รู้จักกันในชื่อคดีเจไอ 4 คน พ้นผิด จากข้อหาว่าเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร ร่วมกันตระเตรียมการใด ๆ เพื่อให้เกิดเหตุร้ายแก่ประเทศจากภายนอก ทั้งสามคนเป็นผู้ต้องหาที่ นายสมชาย นีละไพจิตร เป็นทนายว่าความให้ นวลน้อย ธรรมเสถียร ได้สัมภาษณ์ น.พ. แวมาหะดี แวดาโอ๊ะ หนึ่งในผู้ต้องหาคดีนี้ ทันทีหลังได้รับการประกันตัว

การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของสมาชิกองค์การประชุมอิสลาม ที่กรุงซานอา ประเทศเยเมน ระหว่างวันที่ 28 – 30 มิถุนายน พ.ศ. 2548 เป็นเวทีสำคัญที่รัฐบาลไทยต้องไปกล่าวถ้อยแถลงชี้แจงแนวทางแก้ไขปัญหาภาคใต้ นายกันตธีร์ ศุภมงคล รัฐมนตรีต่างประเทศ นำคณะผู้แทน ซึ่งมีอดีตนักการทูตไทยในตะวันออกกลางหลายท่านร่วมคณะด้วยหลายคน บีบีซีมีรายงานพิเศษ

ค่ำวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 เกิดเหตุระเบิดใหญ่ต่อเนื่องกันหลายจุดในเขตอำเภอเมืองจังหวัดยะลา เหตุระเบิดที่ยะลา นำไปสู่การประกาศ พระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

นอกเหนือจากการประกาศใช้ พรก. ฉุกเฉิน ทางการเดินหน้ากดดันให้ประชาชนในพื้นที่ ที่ติดต่อหรือเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบมารายงานตัว สถานการณ์ในพื้นที่อึมครึมขึ้นเมื่อชาวบ้านละหานรวมตัวกันปิดหมู่บ้าน ไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้า หลังเกิดเหตุสังหารโต๊ะอิหม่ามประจำหมู่บ้าน ที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นฝีมือของทางการ หลังจากนั้นไม่นาน มีชาวบ้าน ซึ่งเชื่อว่าเป็นชาวนราธิวาสจำนวนหนึ่งอพยพข้ามพรมแดน ไปรัฐกลันตันของมาเลเซีย เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2548


“กรณีคนไทย 131 คน” ทำให้สถานการณ์ภาคใต้ของไทย กลายเป็นปัญหาข้ามพรมแดน ที่มาเลเซียต้องเข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรง มากกว่าที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ มาเลเซียย้ำเสมอว่าปัญหาใต้เป็นปัญหาภายในของไทย เช่นเดียวกับที่รัฐบาลไทยยืนยันมาตลอด

แต่กรณีคนไทย 131 คน ที่อพยพไปมาเลเซีย ทำให้สื่อในประเทศยิ่งตอกย้ำคำถามที่ไทยมีต่อมาเลเซียมาตลอด ในประเด็นที่ว่ามาเลเซียมีความจริงใจแค่ไหนในการช่วยเหลือไทยแก้ปัญหาภาคใต้ กิตติพงษ์ สุ่นประเสริฐ รายงานว่ารัฐบาลมาเลเซียเองก็ต้องดำเนินการเรื่องคนไทย 131 คนด้วยความระมัดระวัง เพราะเรื่องนี้ได้กลายเป็นประเด็นที่ความอ่อนไหว และ กระทบต่อการเมืองในมาเลเซียเองด้วย

ในจังหวะนี้ มีการเปลี่ยนตัวผู้บัญชาการทหารบก ตามกำหนดการโยกย้ายนายทหารประจำปี พลเอก สนธิ บุณยรัตกลิน ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นผู้บัญชาการทหารบก ในวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2548 ถือเป็นชาวมุสลิมคนแรกที่มาดำรงตำแหน่งนี้ และเข้ามาในช่วงที่สถานการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใตัยังคุกรุ่น

อรนุช อนุศักดิ์เสถียร สัมภาษณ์ พลเอกสนธิ ซึ่งขณะนั้น อยู่ระหว่างการประชุมผู้บัญชาการทหารบกของอาเซียน ที่บรูไน เริ่มด้วยคำถามที่ว่า คิดอย่างไรกับการที่หลายคนมองว่าได้ตำแหน่งเพราะเป็นคนมุสลิม

อีกด้านหนึ่ง กรณีคนไทย 131 คน ก็ยังคงเป็นปัญหาคาราคาซัง สส. ในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนและยุติธรรมของสภาผู้แทนราษฎรไทย เดินทางไปกลันตันเพื่อหาข้อมูลเรื่องนี้
กิตติพงษ์ สุ่นประเสริฐ ส่งรายงานมาจากโกตาบารู เมืองเอกของรัฐกลันตัน

หลายฝ่ายมองว่า กรณีคนไทย 131 คน ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากการจัดตั้งของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือไม่ก็ตาม สะท้อนว่ามาตรการดับไฟใต้ที่รัฐบาลดำเนินมาตลอดปีกว่าๆ ไม่ได้ช่วยลดความ
หวาดระแวงแคลงใจของคนในพื้นที่ แต่กลับทำให้ความรู้สึกดังกล่าวมีมากขึ้น และปะทุออกมาอีกครั้งในเหตุสังหารนาวิกโยธิน ที่บ้านตันหยงลิมอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2548


เหตุรุนแรงที่ตันหยงลิมอมีผลกระทบเป็นระลอกคลื่นตามมาในหลายด้าน ทั้งในประเด็นที่เป็นบทพิสูจน์การใช้ พรก. สถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ และการที่ชาวบ้านเรียกร้อง ให้สื่อมวลชนมาเลเซียมาทำข่าว โดยอ้างว่าไม่เชื่อการนำเสนอข่าวในสื่อมวลชนไทย นวลน้อย ธรรมเสถียร รายงานมาจากกรุงเทพ ในประเด็นที่ว่ากรณีตันหยงลิมอกำลังกลายเป็นบททดสอบอันเข้มข้นสำหรับสื่อมวลชนไทยด้วย

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมาเลเซียลุ่มๆ ดอนๆ มาตลอดช่วงที่เกิดเหตุไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และยิ่งร้าวลึกหลังเกิดกรณีคนไทย 131 คนอพยพไปมาเลเซีย คนมาเลเซีย ทั้งในส่วนที่เป็นชาวบ้าน นักการเมือง และนักวิชาการมองปัญหาภาคใต้ของไทยอย่างไร นวลน้อย ธรรมเสถียร ข้ามฝั่งไปสำรวจความคิดเห็นมานำเสนอในสารคดีชุด “ความสัมพันธ์ไทย – มาเลเซีย”

ขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2549 ถึงวาระครบรอบสองปี เหตุปล้นปืน ที่ถือกันว่าเป็นปฐมบทไฟใต้อีกครั้งหนึ่ง นวลน้อย ธรรมเสถียร ทบทวนการดำเนินคดีเพื่อหาความกระจ่าง
เกี่ยวกับกรณีปล้นปืนว่าคืบหน้าไปถึงไหน

12 มีนาคม พ.ศ. 2549 ศาลอาญา พิพากษาคดีที่ตำรวจ 5 นาย ถูกฟ้องข้อหาลักพาตัว และปล้นทรัพย์ นายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความคดีสิทธิมนุษยชน จากชมรมนักกฎหมายมุสลิม เป็นรายงานเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับสถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ชิ้นสุดท้ายที่บีบีซีภาคภาษาไทย นำเสนอก่อนที่จะปิดตัวลงในภาคค่ำวันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2549

 
 
ข่าวล่าสุด
 
 
อีเมล์ต่อให้เพื่อน สั่งพิมพ์ข้อความ
 
 
 
 
BBC Copyright Logo
 
^^ กลับไปข้างบน
  คลังของเก่า | เรียนภาษาอังกฤษ
 
  BBC News >> | BBC Sport >> | BBC Weather >> | BBC World Service >> | BBC Languages >>