BBCThai.com BBC Thai Archive
 
ปรับปรุงล่าสุด: 15 กุมภาพันธ์ 2006 เผยแพร่เมื่อ 00:16 GMT
 
อีเมล์ต่อให้เพื่อน สั่งพิมพ์ข้อความ
หัวหน้าแผนกไทย
 
หัวหน้าแผนกภาษาไทย
จูดี้ สโตว์ หัวหน้าบีบีซีแผนกภาษาไทย พ.ศ. 2529 - 2535
จูดี้ สโตว์ (พ.ศ. 2529 - 2535) เป็นลูกหม้อกระทรวงต่างประเทศอังกฤษมาก่อน
เคยทำงานอยู่ที่สถานทูตอังกฤษในประเทศไทยหลายปีจนรู้จักบุคคลสำคัญทั้งทางการเมืองและทางการทหารในช่วงที่ประเทศไทยยังอยู่ภายใต้การปกครองของเผด็จการ

ปี พ.ศ. 2515 จูดี้มาเริ่มงานกับบีบีซี ภาคบริการตะวันออกไกล ตอนนั้น เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำในประเทศไทยเลยก็ว่าได้

การกระจายเสียงสองภาคของบีบีซีภาคภาษาไทย คือ 18.30 น. และ 06.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย มีเนื้อหาเกี่ยวกับไทยน้อยมาก แต่เธอตระหนักแล้วว่าการเมืองในประเทศไทยกำลังเริ่มจะเปลี่ยนโฉม

สงครามในเวียดนามที่ทำท่าจะขยายเข้าไปถึงลาวและกัมพูชา ประกอบกับในปีถัดมา
ปี พ.ศ. 2516 จอมพลถนอม กิตติขจรและจอมพลประภาส จารุเสถียรได้ประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2513 ทำให้การปกครองมีลักษณะเป็นเผด็จการมากขึ้น

ตื่นตัว

นักศึกษาเริ่มชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยกันถี่ จนต้นเดือนตุลาคม พ.ศ. 2516 การประท้วงลุกลามออกนอกรั้วมหาวิทยาลัย จนในที่สุด นักศึกษาและประชาชนชุมนุมขับไล่คณะผู้ปกครองให้ต้องเดินทางออกนอกประเทศไทย

หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 เห็นได้ชัดว่าจำนวนผู้ฟังบีบีซีภาคภาษาไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก บีบีซีเริ่มให้ความสนใจกับสถานการณ์ข่าวภายในประเทศไทยมากขึ้นด้วย

จูดี้คร่ำหวอดกับข่าวไทยและข่าวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกไกลในยุคสงครามเย็นในฐานะนักวิเคราะห์ของบีบีซี เธอได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าแผนกไทยในปี พ.ศ. 2529

“ตอนที่ดิฉันรับตำแหน่ง แผนกไทยยังเล็กมาก มีคนไทยทำงานอยู่แค่ 7 คน หลายคนค่อนข้างมีอายุแล้ว รวมทั้งลูกจ้างชั่วคราวอย่าง อาจารย์เสนาะ (ตันบุญยืน) ซึ่งเป็นพนักงานรุ่นแรกที่ทำงานตั้งแต่เปิดแผนกเมื่อต้น ปีพ.ศ. 2484 ทำให้รู้สึกว่าเรามีประวัติศาสตร์ยาวนาน"

“แต่ว่าในช่วงเวลา 6 ปีที่ดิฉันเป็นหัวหน้าแผนก เราพยายามคัดเลือกพนักงานรุ่นใหม่ที่ใกล้ชิดและเข้าใจสถานการณ์เมืองไทยมากขึ้น เพราะเมืองไทยเปลี่ยนไปมาก ดิฉันคิดว่าบริการของบีบีซีจะต้องเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย “

ความต้องการ

ในความเห็นของจูดี้ สโตว์ เมื่อประเทศไทยเปลี่ยนไป เริ่มมีคนชั้นกลางเกิดขึ้น ประชาชนดูทีวีมากขึ้น บีบีซีซึ่งสามารถสัมภาษณ์บุคคลต่างๆ ในประเทศไทยได้สะดวกขึ้น จำเป็นต้องเปลี่ยนเนื้อหาและวิธีการกระจายเสียง

“ก่อนหน้านั้น รายการของเราค่อนข้างจะล้าสมัย ดิฉันปรับให้เราเสนอรายการที่เป็นประโยชน์กับนักธุรกิจมากขึ้น หลายคนหันมาฟังเราเพราะอยากฟังความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นล่าสุด พวกเขาต้องการรายการข่าวที่สั้นกระชับ เราต้องปรับบริการให้ตรงกับความต้องการของคนฟัง”

“ตอนที่ดิฉันเข้ารับตำแหน่ง แผนกไทยเสนอรายการเพื่อสะท้อนความเป็นไปในประเทศอังกฤษให้คนไทยฟัง แต่เป็นอังกฤษในโลกเก่า คือ เป็นพันธมิตรของไทย มีราชวงศ์ และขนบธรรมเนียมประเพณีเก่าแก่"

"จริงอยู่ แม้ประเทศไทยและอังกฤษจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด แต่ว่าคนไทยรุ่นใหม่ต้องการเรียนรู้ชีวิตคนอังกฤษในด้านอื่นๆ ด้วย ทั้งด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรม"

จุดเปลี่ยน

“ในขณะเดียวกัน สงครามในอินโดจีนก็เป็นสิ่งที่คนไทยเองอยากจะทำความเข้าใจ นั่นก็เป็นความท้าทายที่เราต้องเผชิญ”

“หลังปี พ.ศ. 2516 การลุกฮือเรียกร้องประชาธิปไตยของนักศึกษาในยุคนั้นเป็นจุดเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของสังคมไทย"

"เราต้องทำความเข้าใจและสร้างพันธมิตรกับคนรุ่นใหม่ พวกเขาต้องการรู้ว่าสถานการณ์โลกเปลี่ยนไปอย่างไร และสงครามเย็นที่กำลังเกิดขึ้นในเอเชียตะวันออกกระทบกับประเทศไทยอย่างไรด้วย”

“ดิฉันเชื่อว่าได้ทำตามนโยบายที่ตั้งเป้าเอาไว้ เราได้คนรุ่นใหม่ที่เป็นนักข่าว มีความคิดความอ่านทันสมัย เข้าใจสถานการณ์ในประเทศไทยมาร่วมงาน นโยบายนี้ หัวหน้าแผนกคนต่อๆ มาก็ยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติด้วย”

ในสมัยที่จูดี้ สโตว์เป็นหัวหน้าแผนก เป็นห้วงเวลาที่บีบีซีให้บริการข่าวสารข้อมูลกับผู้ฟังเพิ่มขึ้นถึงวันละ 1 ชั่วโมง 15 นาที ยาวนานที่สุด โดยเพิ่มเวลากระจายเสียงอีก 15 นาที ในช่วง 23.45 น. ถึง 24.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย

อรรถพล วรรณนุรักษ์
อรรถพล วรรณนุรักษ์

อรรถพล วรรณนุรักษ์ (พ.ศ. 2542 – 2546) รับตำแหน่งหัวหน้าแผนกในขณะที่บีบีซีภาคภาษาไทยเจอแรงกดดันทั้งทางด้านการตลาดและความจำเป็นต้องแข่งขันกับสื่อในประเทศไทยเรื่องคุณภาพรายการ

หลังจากที่สมชัย สุวรรณบรรณบุกเบิกการทำสัญญากับสถานีพันธมิตรในประเทศไทยเอาไว้ ย่อมเป็นหน้าที่ของอรรถพลที่จะต้องขยายเครือข่ายและรักษาพันธมิตรเหล่านั้น

ในช่วงปี พ.ศ. 2545 บีบีซีจับมือกับองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทยถ่ายทอดสดรายการภาคค่ำทางวิทยุในเครือ ทำให้สถานพันธมิตรที่ถ่ายทอดสัญญาณรายการของบีบีซีขยายเพิ่มจำนวนมากที่สุด

ก่อนหน้านั้นหนึ่งปี ในปี พ.ศ. 2544 บีบีซีภาคภาษาไทยฉลองการกระจายเสียงให้บริการกับผู้ฟังมาครบ 60 ปี เป็นครั้งแรกที่บีบีซีจัดทำหนังสือคู่มือ “หลักการทำงาน” ของบีบีซีแจกจ่ายกับผู้สนใจ โดยแปลคู่มือการทำงานของผู้จัดรายการส่วนหนึ่งมาตีพิมพ์

หลักการ

คู่มือฉบับภาษาอังกฤษมีความยาวทั้งหมด 361 หน้า เราตัดตอนคัดย่อมาเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น โดยเลือกเฉพาะส่วนที่เป็นหลักการสำคัญ โดยมีความตั้งใจจะส่งเสริมการพัฒนาวิชาชีพสื่อสารมวลชน

นอกจากนี้ บีบีซีภาคภาษาไทยยังจัดโครงการ “คืนทุนสู่ไทย” โดยส่งอรนุช อนุศักดิ์เสถียร ไปร่วมกับคณะฝึกอบรมการผลิตรายการวิทยุรูปแบบต่างๆ ของบีบีซี ให้กับผู้ผลิตรายการในต่างจังหวัด

โครงการนี้ บีบีซีร่วมมือกับสถานีวิทยุพันธมิตรในท้องถิ่นที่จังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น และสงขลา (หาดใหญ่)

ภาพลักษณ์

อรรถพล วรรณนุรักษ์ ขณะสัมภาษณ์ผู้เข้าประกวดนางงามโลกที่ประเทศอังกฤษ

ขณะเดียวกัน บีบีซีได้จัดเทศกาลภาพยนตร์ของบีบีซีที่กรุงเทพด้วย เป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์และชื่อของบีบีซีให้รู้จักกว้างขวางขึ้น โดยภาคภาษาไทยจับมือกับ BBC Worldwide และ British Council

ในช่วงที่อรรถพลเป็นหัวหน้าแผนกยังเป็นช่วงที่บีบีซี ภาคภาษาไทยตัดสินใจแต่งตั้งผู้สื่อข่าวประจำกรุงเทพเป็นการถาวรครั้งแรก เพื่อติดตามข่าวในประเทศได้อย่างใกล้ชิด อนุพงศ์ ไชยฤทธิ์เป็นผู้สื่อข่าวประจำกรุงเทพคนแรกตามเงื่อนไขใหม่นี้

อรรถพลได้รับรางวัลจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในฐานะศิษย์เก่าดีเด่นประจำปี พ.ศ. 2546


สมชัย สุวรรณบรรณ

สมชัย สุวรรณบรรณ (พ.ศ. 2535 – 2542 และ 2547- 2549)
นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 เป็นต้นมา ตลาดสื่อในประเทศไทยเปิดกว้างขึ้นพร้อมกับความตื่นตัวด้านประชาธิปไตย บีบีซีภาคภาษาไทยเริ่มขยายฐานผู้ฟังอย่างเร่งด่วนเพื่อตอบสนองความต้องการ จากเดิมที่สามารถรับฟังได้แต่เพียงทางคลื่นสั้น

สมชัย สุวรรณบรรณบุกเบิกการทำสัญญากับสถานีเครือข่ายต่างๆ เริ่มจากสถานีวิทยุของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2535

หลังจากนั้น บีบีซียังได้ลงนามสัญญาถ่ายทอดเสียงกับสถานีวิทยุของมหาวิทยาลัยต่างๆ อีกหลายแห่ง สถานีวิทยุกรมประชาสัมพันธ์และสถานีวิทยุองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ บริษัท อสมท. (มหาชน) จำกัด ในปัจจุบัน

ก่อนหน้าบีบีซีภาคภาษาไทยจะยุติการบริการ เรามีสถานีพันธมิตรที่กระจายเสียงรายการสดจากกรุงลอนดอน 64 สถานีทั่วประเทศ

อีกด้านหนึ่ง บีบีซีภาคภาษาไทยยังได้เริ่มถ่ายทอดรายการผ่านทางอินเตอร์เน็ตตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2542 ด้วย

ผู้สื่อข่าว

สมชัย สุวรรณบรรณ ขณะทำข่าวนอกสถานที่

นอกจากนี้ สมชัยยังผลักดันให้บีบีซีเปิดทางให้แผนกไทยส่งผู้สื่อข่าวของตนเองไปทำงานในประเทศไทยแทนที่จะพึ่งพิงผู้สื่อข่าวบีบีซีที่เป็นชาวต่างชาติเพียงอย่างเดียว

ปี พ.ศ. 2539 ได้ส่งนวลน้อย ธรรมเสถียรไปประจำประเทศไทยเป็นคนแรก เป็นเวลา 6 เดือน หลังจากนั้นก็หมุนเวียนผู้ผลิตรายการคนอื่นๆ ไปทำงานต่อเนื่องกัน

ขณะนั้น องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย ได้เอื้อเฟื้อสถานที่ทำงานให้ จนกระทั่งบีบีซีเปิดสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่อาคารมณียา ถนนเพลินจิต กรุงเทพฯ เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2542

สมชัยถูกขอตัวไปช่วยบริหารแผนกภาษาพม่าเป็นการชั่วคราวในกลางปี พ.ศ. 2542 ก่อนจะกลับมาแผนกไทยอีกครั้งในปี พ.ศ. 2547

 
 
ข่าวล่าสุด
 
 
อีเมล์ต่อให้เพื่อน สั่งพิมพ์ข้อความ
 
 
 
 
BBC Copyright Logo
 
^^ กลับไปข้างบน
  คลังของเก่า | เรียนภาษาอังกฤษ
 
  BBC News >> | BBC Sport >> | BBC Weather >> | BBC World Service >> | BBC Languages >>