|
สารคดี คัมมิงโฮม ตอนที่ 4 | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
หลังจากสงครามสงบ ทหารหาญทั้งหลายกลับบ้านไปหาครอบครัว บางคน กลับมาสนามรบเปลี่ยนไปเป็นคนละคน พ่อที่กรำศึกหลายปีกลับกลายเป็นคนแปลกหน้าสำหรับลูกและภรรยา สมาชิกในครอบครัวต้องปรับตัวเข้าหากันอีกครั้ง “ในเป้ข้างหลังผมมีจดหมายที่ภริยาเขียนมาหา สามร้อยฉบับ เราเขียนจดหมายถึงกันอาทิตย์ละสามครั้ง ทุกวันอาทิตย์ เวลาสามทุ่ม เรานัดกันไว้ ว่าจะปลีกตัวไปหามุมเงียบๆ นั่งคิดถึงกัน ระหว่างเดินทางกลับบ้าน ผมยังอ่านจดหมายทวนหลายรอบ จนจำได้ แต่พอมาถึงบ้าน ภริยาผมมาเปิดประตูให้ แต่เราจูบกันตามมรรยาทเท่านั้น” ตอนแรก เลน สกอต คิดว่าภริยา มินน่า จะมีแฟนใหม่ ปรากฏว่าไม่ใช่ ระหว่างสงครามเธอถูกระเบิดได้รับบาดเจ็บ พอหายก็เปลี่ยนศาสนา ไปนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิค เธอเคยแต่งงาน แล้วหย่า ก่อนจะมาแต่งกับเลน เพราะฉะนั้นตามความเชื่อ การแต่งงานใหม่กับเลนต้องถือเป็นโมฆะ หลังสงคราม โรมัน ฮัลเทอร์ หนุ่มยิวจากโปแลนด์วัย 17 ที่ครอบครัวฟุกซ์ ในเมืองเดรสเดนของเยอรมนี ให้ที่หลบซ่อนตัว มุ่งมั่นที่จะเดินทางกลับบ้านเกิดให้ได้ แม้ว่า บ้านเกิดจะถูกสหภาพโซเวียตผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งแล้วก็ตาม “ปู่มาเข้าฝัน ขอร้องให้ผมรีบกลับบ้าน ความฝันชัดเจนมาก เช้าวันรุ่งขึ้นผมบอกกับครอบครัวฟุกซ์ ว่าผมจะกลับบ้าน ทั้งสามีภรรยาพยายามชวนให้ผมอยู่ต่อจะได้ฉลองสงครามสงบ แต่ผมตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว นายฟุกซ์ก็ตามใจ เอาแผนที่มากางให้ดูว่าหมู่บ้านฮอตเดช อยู่ตรงไหน รุ่งเช้าผมก็ขี่จักรยาน ออกเดินทาง สี่ร้อยกว่ากิโลเมตร กลับบ้าน” ตามข้อตกลงของมหาอำนาจ สหภาพโซเวียตผนวกดินแดนทางตะวันออกของโปแลนด์ เข้ามาของตน ในขณะที่โปแลนด์ได้ดินแดนส่วนหนึ่งมาจากเยอรมนีตะวันออกเพิ่ม ประชาชนจำนวนมากต้องพลัดถิ่นฐานในเวลาข้ามคืน ลิซ่า ฮาเนล ชาวเยอรมันซึ่งตอนนั้นยังเป็นเด็ก ต้องเก็บข้าวของหนีภัยพร้อมครอบครัว ขณะที่กองทัพแดงของโซเวียตเคลื่อนใกล้เข้ามา “เราเศร้าเสียใจที่ต้องจากบ้านไป ในรถไฟ มีคนอัดกันแน่น ไม่มีที่ว่างเลย ทุกคนดูสิ้นหวัง เด็กๆ ก็ร้องไห้กระจองอแง แม่พยายามปลอบเราและชวนให้ฉันกับน้องสาวร้องเพลง เหมือนเวลาที่อยู่บ้าน” ที่เมืองฮัมบวร์ก ฮอร์ส ฟัดชเชอร์ รอพ่อกลับจากสงครามอยู่หลายปี พ่อถูกส่งไปรบที่สหภาพโซเวียต และถูกจับเป็นเชลยศึก พ่อของเขาก็เหมือนทหารเยอรมันอีกนับหมื่นในช่วงนั้น ที่ไม่ได้ถูกส่งกลับจนกระทั่งกลางทศวรรษ 1950 “แม่เปิดประตูให้พ่อ แล้วก็ตะโกนเรียกพวกเราไปรับ เราเห็นผู้ชายตัวโต หน้าตาคล้ายในรูปถ่ายแต่ว่า ดูเศร้า ผอมโทรม เหมือนพวกขอทานตามท้องถนนมากกว่า พวกเรามักจะถามแม่ว่า เมื่อไรลุงคนนี้จะออกไปจากบ้านซะที” ซึ่งนี่ก็ไม่แตกต่างอะไรกับอีกหลายครอบครัวในอังกฤษ ที่พ่อกลับจากสงครามกลายเป็นคนแปลกหน้าในบ้าน เมื่อกลับมาแล้ว ประสบการณ์ในสงครามกับชีวิตใจอังกฤษยามสงบต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ละคนค่อยๆ สานสายสัมพันธ์ที่ขาดหายไปในช่วงสงคราม เลน สกอตปล่อยให้เวลาช่วยเยียวยาชีวิตสมรส “มินน่ากับผมอยู่บ้านเดียวกันแบบพี่น้องหลายเดือนทีเดียว ผมก็รักษาคำพูดอย่างเคร่งครัด เพราะรู้ว่า ถ้าจะให้เธอกลับมา ผมต้องใจเย็น ต้องให้เธอเป็นคนตัดสินใจเอง แล้วก็ได้ผล มินน่าตายเมื่อปี 1999 เราใช้ชีวิตคู่ด้วยกันถึง 63 ปี อย่างมีความสุข” ส่วนโรมัน ฮัลเทอร์ เดินทางกลับไปถึงบ้านเกิดทางเหนือของโปแลนด์ และพบว่าบ้านที่เคยอยู่มีครอบครัวอื่นเข้าไปอาศัยอยู่แล้ว เขาตัดสินใจเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ก่อนอื่นอยากกลับไปขอบคุณครอบครัวฟุกซ์ที่ให้ช่วยชีวิตในช่วงสงคราม ปรากฏว่า เจอนางฟุกซ์ ใส่ชุดดำไว้ทุกข์ เพราะห้าวันหลังโรมัน ฮัลเตอร์เดินทางออกจากเมืองเดรสเดน เพื่อนบ้าน อดีตนายทหารเอสเอสในกองทัพนาซีเกิดรู้ว่า ครอบครัวฟุกซ์เคยช่วยเหลือชาวยิว จึงบุกเอาตัวนายฟุกซ์ไปสำเร็จโทษ ยิงทิ้งกลางทุ่ง หลังสงครามสงบ โรมัน ฮัลเตอร์ ตัดสินในเดินทางไปเริ่มชีวิตใหม่ในอังกฤษ |
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||