BBCThai.com BBC Thai Archive
 
ปรับปรุงล่าสุด: 15 สิงหาคม 2005 เผยแพร่เมื่อ 11:41 GMT
 
อีเมล์ต่อให้เพื่อน สั่งพิมพ์ข้อความ
สารคดีคัมมิงโฮม ตอนที่ 2
 

 
 
ทหารผ่านศึก
บรรดาทหารและประชาชนฉลองชัยชนะในวันวีเจเดย์ที่ Piccadilly Circus
หลังกองทัพสัมพันธมิตรประกาศว่าสงครามในยุโรปสิ้นสุดลงแล้ว เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ค.ศ. 1945 (พ.ศ. 2488) ทหาร เชลยศึกและประชาชนที่ต้องพลัดถิ่นทั่วยุโรป เตรียมตัวมุ่งหน้าเดินทางกลับบ้าน

ทั่วประเทศอังกฤษ มีงานฉลองชัยชนะในสงครามหลังจากที่นายกรัฐมนตรีวินสตัน เชอร์ชิลล์ ประกาศว่ากองทัพเยอรมันยอมจำนนต่อกองกำลังสัมพันธมิตรในยุโรปอย่างเป็นทางการแล้ว

ในอังกฤษ เชลยศึกชาวเยอรมันนับพัน ๆ คนหวังว่าจะถูกส่งตัวกลับประเทศอย่างรวดเร็ว ฮัน นอร์สสกี้ ได้รับบาดเจ็บและถูกจับได้ที่นอร์มังดีในฝรั่งเศส เขาถูกส่งตัวไปขังที่ค่ายทหารในมณฑลยอร์คเชียร์ของอังกฤษ

"ตอนสิบโมงเช้าวันนั้น พวกเรา เชลยศึกทั้งหมด 800 คนเข้าแถวตามปกติ หัวหน้าค่ายเป็นผู้ประกาศให้รู้ว่าสงครามยุติลงแล้ว และนำสวดขอบคุณพระเจ้า"

"ผมจำได้ว่าเราร้องเพลงสวด now thank we all our god เพลงนี้ผมจำได้ขึ้นใจ พอมองไปรอบตัว ไม่มีใครกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ ผมพูดไม่ถูกว่าดีใจขนาดไหนที่รอดชีวิตมาได้ และรู้ว่าจะได้กลับบ้านอีกครั้ง"

แต่ว่าไม่ใช่ทุกคนจะได้ฉลอง ตอนนั้น ไอลีน ฟีลิกซ จากเมืองเอลสเบอรี่ในอังกฤษ มีอายุเพียง 21 ปี เธอแต่งงานกับนายทหารอากาศเมื่อปลาย ปี ค.ศ. 1943

แต่เพียงสิบเดือนหลังจากนั้น ไอลีนก็ได้รับจดหมายแจ้งข่าวร้ายว่าสามีสูญหายไปขณะปฏิบัติภารกิจเหนือน่านฟ้าเยอรมนี เธอเล่าความรู้สึกวันที่สงครามสงบว่า

"ฉันอยากอยู่คนเดียว จำได้ว่า ขี่จักรยานวนไปวนมา ไม่อยากพูดกับใคร ไม่อยากฟังข่าว ไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น ลึกๆ แล้ว ฉันรู้สึกเศร้าที่สุด"

แพ็ตตี้ ซิลเฮิร์ส เป็นสตรีที่ตกพุ่มหม้ายอีกคนเพราะสงคราม เธอแต่งงานกับแจ็ค ตอนที่เขาได้ลาพักร้อนครั้งแรกในปี ค.ศ.1939

สามีของเธออายุ 30 ปี ตอนที่เสียชีวิตในปี ค.ศ. 1944 ที่ฝรั่งเศส

"สำหรับฉัน สงครามจบไปตั้งแต่แจ็คตาย ฉันไม่เห็นว่าอะไรน่าจะยินดีเลย ไหนสามีจะตาย แล้วจริง ๆ สงครามในเอเชียยังไม่สงบ นี่ไม่ใช่เวลาจะมาฉลองยินดีกัน"

สำหรับทหารหญิงชายที่รับใช้ชาติในสงครามเอเชีย การสู้รบในยุโรปยุติก็เป็นเพียงรายงานข่าวที่ได้รับทราบเท่านั้น เบรนดา ฟุลเลอร์ รับราชการเป็นพยาบาลในกองทัพอังกฤษประจำอินเดียขณะนั้นเล่าว่า

"เราได้รับจดหมายซึ่งลอร์ดหลุยส์ เมาท์แบตเท่น อ่านให้ทุกคนฟังว่า ท่านคิดว่าสงครามของเรายังไม่ยุติ จริงอยู่ สงครามในยุโรปจบไปแล้ว แต่ว่าในเอเชีย ญี่ปุ่นยังไม่มีทีท่าจะเพลี้ยงพล้ำ"

สำหรับเดวิด วิลสัน การตกเป็นเชลยศึกของญี่ปุ่นยิ่งน่าประหวั่นพรั่นพรึง เขายังมีอายุไม่ถึง 20 ปี ตอนเกิดสงครามใหม่ ๆ

เดวิดได้งานเป็นกลาสีบนเรือพานิชย์อังกฤษ แต่ว่าเรือถูกเรือรบเยอรมันจมในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ เมื่อเรือเทียบท่าที่นครโยโกฮาม่า ทหารเยอรมันส่งตัวเค้าให้ญี่ปุ่น

เขาถูกคุมตัวไว้ที่ค่ายทหารใกล้ ๆ กรุงโตเกียว

"พอสงครามในยุโรปสงบ การทิ้งระเบิดโจมตีญี่ปุ่นหนักหน่วงขึ้น เครื่องบินบี 29 บรรทุกระเบิดโจมตีทั้งกลางวันกลางคืน ถ้าเห็นอะไรเคลื่อนไหวที่พื้นก็ยิงปืนใส่ ทหารไม่รู้ว่าเราเป็นเชลยติดอยู่ในค่าย ผมเคยถูกไล่ยิงใส่ กลัวแทบตาย"

แต่ว่า จุดจบของญี่ปุ่นในสงครามก็ใกล้เข้ามาทุกที ประธานาธิบดีทรูแมนของสหรัฐประกาศยื่นคำขาด

ประธานาธิบดีทรูแมน
ประธานาธิบดีทรูแมน (กลาง) ประกาศยื่นคำขาดกับญี่ปุ่น

ประธานาธิบดีสหรัฐขู่ว่าถ้าหากญี่ปุ่นไม่ยอมจำนน จะต้องทิ้งระเบิดทำลายศูนย์กลางผลิตอาวุธ ผู้นำสหรัฐเตือนให้ประชาชนญี่ปุ่นอพยพออกจากเมืองอุตสาหกรรมต่าง ๆ

เมืองฮิโรชิม่าและนางาซากิถูกระเบิดปรมานูทำลายราบ และหลังจากที่ประธานาธิบดีทรูแมนให้คำมั่นว่าจะไม่หลบหลู่พระเกียรติยศของสมเด็จพระจักรพรรดิ์ ญี่ปุ่นก็ประกาศยอมจำนนต่อกองกำลังสัมพันธมิตรในวันที่ 14 สิงหาคม ค.ศ. 1945

รัฐบาลอังกฤษและอเมริกันพยายามช่วยเหลือเชลยศึกที่ถูกจับกุมทั้งในยุโรปและเอเชียให้เดินทางกลับประเทศ

ส่วนใหญ่ คนที่กลับจากเอเชียมักจะโดยสารเครื่องบิน แต่ว่า โรลัน นิดดัม กลับมาทางเรือ

"กว่าเราจะออกเดินทาง ก็ปาเข้าไปวันที่ 22 กันยายนแล้ว พวกเชลยศึกเดินทางเป็นกลุ่มแรก ใครที่ยังดีมีเรี่ยวแรงก็ต้องพยายามทุกวิถีทางที่จะกลับบ้าน ส่วนพวกที่บาดเจ็บหรือแขนขาพิการ ก็รออยู่จนกระทั่งวันที่ 28 กันยายน ผมกับเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งเลือกจะนั่งเรือกลับบ้าน จากไซ่ง่อนถึงอังกฤษ ผมน้ำหนักตัวขึ้นตั้งหกกิโล"

เชลยศึก
เชลยศึกจำนวนนับพันที่ถูกจับในเอเชีย สามารถกลับบ้านได้

โรลัน นิดดัม ถูกกักตัวไปอยู่ที่โรงพยาบาลที่เมืองท่าเซาท์แฮมตัน เป็นเวลา14 วันกว่าจะได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน

ส่วนเดเร็ก ฟอสเก็ต แพทย์ทหารที่ถูกจับกุมเป็นเชลยศึกอยู่ที่เยอรมนีนานร่วมสามปี กลับมาถึงอังกฤษ พร้อมกับความรู้สึกอย่างนี้

"ผมรู้สึกว่าถ้าได้กลับเข้าไปรับราชการทหารน่าจะช่วยให้ผมลืมประสบการณ์ร้าย ๆ ระหว่างตกเป็นเชลยศึกได้ อย่างน้อยก็ไม่รู้สึกว่าเสียเวลาช่วงหนึ่งในชีวิตไปเปล่า ๆ ปลี้ ๆ ผมไม่ภาคภูมิใจกับชีวิตช่วงนั้นเลย"

จากรายการภาคค่ำวันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม 2548

ติดตามสารคดีคัมมิงโฮมตอนที่ 3 - ไปฟังความทรงจำเมื่อเหล่าทหารเดินทางถึงบ้าน และต้องปรับตัวเข้ากับชีวิตหลังสงครามสงบ บางคนปรับตัวได้ดี แต่บางคนนั้น บาดแผลจากสงครามยังฝังรอยลึก

 
 
66สารคดี คัมมิง โฮม
ทหารผ่านศึกเดินทางกลับบ้าน
 
 
66สารคดี คัมมิง โฮม ตอนที่ 3
ความรู้สึกของทหารที่เดินทางกลับบ้าน
 
 
66วิเคราะห์เจาะลึก
60ปีวันสันติภาพ
 
 
66ประมวลเสียง
ที่น่าสนใจช่วงสงคราม
 
 
ข่าวล่าสุด
 
 
อีเมล์ต่อให้เพื่อน สั่งพิมพ์ข้อความ
 
 
 
 
BBC Copyright Logo
 
^^ กลับไปข้างบน
  คลังของเก่า | เรียนภาษาอังกฤษ
 
  BBC News >> | BBC Sport >> | BBC Weather >> | BBC World Service >> | BBC Languages >>